หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 07:25:30 pm 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย JJBeauty
เคล็ดลับวิธีในการแต้มนํ้าหอมperfume
[/color]
1.ให้ป้ายหรือฉีดนํ้าหอมperfume ในบริเวณที่เป็นจุดชีพจร ส่วนมากจะเป็นบริเวณข้อมือหรือลำคอ และบางครั้งบริเวณข้อพับที่แขนหรือขาพับก็เป็นที่นิยม ในขณะที่การแตะนํ้าหอมperfume บริเวณหลังใบหูนั้นความหอมของนํ้าหอม จะไม่ติดอยู่ทนนาน เนื่องจากแอลกอฮอล์ระเหยได้รวดเร็วนั่นเอง
2. การถูข้อมือที่แต้มนํ้าหอมperfume 2 ข้างเข้าด้วยกัน ไม่ได้ช่วยให้ความหอมนั้นทั่วถึง แต่ที่จริงแล้วจะทำให้นํ้าหอมperfume มีกลิ่นของนํ้าหอมอ่อนลง
3. การฉีดสเปรย์นํ้าหอมperfume ในอากาศแล้วใช้วิธีเดินผ่านนั้น จะช่วยให้กลิ่นของนํ้าหอมกระจายติดตัวเราได้ทั่วดี
4. พยายามอย่าใช้โลชั่นที่มีกลิ่นของนํ้าหอมก่อนหน้าที่จะใช้นํ้าหอม เนื่องจากกลิ่นจะตีกัน
5. ใช้นํ้าหอม มากหน่อยหากคุณเป็นคนผิวแห้ง เนื่องจากผิวมันมีน้ำมันช่วยคงกลิ่นให้ติดอยู่ยาวนาน
6. ในขณะเดียวกันหากใส่นํ้าหอมperfume แล้วต้องอยู่ในที่อากาศเย็นให้เลือกนํ้าหอมperfume ที่มีกลิ่นแรงกว่าปกติ เนื่องจากความเย็นหรืออุณหภูมิต่ำจะลดกลิ่นของนํ้าหอมของนํ้าหอม ให้ลดน้อยลงกว่าที่ เป็น การฉีดนํ้าหอมperfume ทันทีหลังจากที่อาบน้ำเสร็จใหม่ๆ จะช่วยทำให้กลิ่นของนํ้าหอมติดทนนานกว่าปกติ

 ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มhttp://[img][/img]

 2 
 เมื่อ: เมษายน 07, 2010, 07:22:57 pm 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย JJBeauty
เลือกนํ้าหอมอย่างไร..ให้โดนใจ               น้ำ หอม กลายเป็นองค์ประกอบหลักในการแต่งตัวและช่วยสร้างบุคลิกให้กับเราได้ไม่มากก็ น้อย เสน่ห์ของหลายๆ คนไม่เพียงแต่จะอยู่ที่บุคลิกและความเฉพาะตัวของคนคนนั้นแล้ว ความหอมของกลิ่นกายก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำความรู้จักกับนํ้าหอมperfume ในแบบที่แตกต่างกันนั้น ก็มีผลกับการใช้นํ้าหอม เพื่อให้เกิดความหอมต่อร่างกายของเรา ไม่ เพียงแต่เคล็ดลับวิธีในการเลือก นํ้าหอมperfume จะนับเป็นส่วนสำคัญ การรู้จักใช้นํ้าหอม ให้ถูกวิธี ดูจะยิ่งช่วยให้กลิ่นของนํ้าหอมของนํ้าหอม ที่เราเลือกใช้นั้นติดอยู่ได้ทนนานอย่าง ที่ควรจะเป็น
รู้จักเลือกนํ้าหอมperfumeการเลือกใช้นํ้าหอม อย่างเหมาะสม เราควรเลือกกลิ่นของนํ้าหอมที่เข้ากับบุคลิกของตัวเองนับว่าดีที่สุด และนอกจากนั้น การที่เลือกลักษณะของกลิ่นของนํ้าหอมยังจำเป็นที่จะต้องรู้จักประเภทของนํ้าหอม ที่แบ่งตามความเข้มข้นของนํ้าหอม ด้วย นํ้าหอมperfume นั้นมีส่วนผสมหลัก ได้แก่ น้ำมันหอมที่ถูกทำให้เจือจางลงด้วยแอลกอฮอล์ ( แอลกอฮอล์ทำหน้าที่ช่วยกระจายความหอมไปในการระเหยนั่นเอง ) ในระดับความเข้มข้นของความหอมที่แตกต่างกันไป นํ้าหอมperfume จึงถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยระดับความเข้มข้นของกลิ่นของนํ้าหอมได้ออกเป็นดังนี้

• โคโลญจน์ หรือ Eau de Cologne เป็นนํ้าหอมperfume ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 3-5%
• ทอยเล็ตต์ หรือ Eau de Toilette เป็นนํ้าหอมperfume ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 4-8%
• เพอร์ฟูม หรือ Eau de Parfum เป็นนํ้าหอมperfume ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18% ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานที่สุด

ลักษณะของขวดหรือ ภาชนะบรรจุน้ำมันหอมนั้น ยังมีผลต่อความคงทนในการเก็บความหอมให้ยาวนาน ในขณะที่ขวดแบบเปิดฝาจะเก็บรักษานํ้าหอมperfume ไว้ได้นาน 9 เดือน ขวบแบบสเปรย์ที่ฝาปิดแน่นหนากว่านั้นเก็บรักษานํ้าหอม ไว้ได้นานนับปี เป็นต้น
เคล็ดลับวิธีในการเลือกซื้อนํ้าหอมperfume
อยู่ที่การทดลองกลิ่นของนํ้าหอมของนํ้าหอม แต่ละกลิ่น อย่าลืมว่าการเลือกนํ้าหอมperfume ที่ดีที่สุดอยู่ที่กลิ่นที่เข้ากับบุคลิกของผู้ ใส่ และเนื่องจากกลิ่นของนํ้าหอมมีโอกาสเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบรอบๆ ตัวหลายอย่างด้วยกัน ก่อนไปเลือกซื้อนํ้าหอมperfume ถ้าเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด หรือออกกำลังกายที่ทำให้เหนื่อยมากจนเกินไป ซึ่งการกระทำเหล่านั้นจะส่งผลต่อการรับรู้กลิ่น และทำให้การรับรู้กลิ่นของนํ้าหอมจากน้ำมันหอมนั้นผิดเพี้ยนไป และนอกจากนี้ เรายังหลีกเลี่ยงการไปเลือกซื้อนํ้าหอมperfume ในเวลาที่เพิ่งจะฟื้นจากอาการเจ็บป่วยไม่ สบาย หรือเพิ่งจะสูบบุหรี่มา เพราะการกระทำเช่นนี้อาจจะมีผลต่อการรับรู้กลิ่นของนํ้าหอม ทำให้กลิ่นของนํ้าหอม ที่เราสัมผัสมีโอกาสผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่าบริเวณที่เหมาะสำหรับทดลองน้ำ หอม คือบริเวณข้อมือซึ่งไม่เพียงแต่จะสะดวกแล้ว ยังนับเป็นจุดชีพจรที่ทำให้เราได้กลิ่นของนํ้าหอมของนํ้าหอม อย่างแท้จริงอีกด้วย บริเวณจุดชีพจรเต้นนั้นเป็นบริเวณของร่างกายที่ มีอุณหภูมิสูง ซึ่งช่วยให้กลิ่นของนํ้าหอมของนํ้าหอม ระเหย อธิบายได้ง่ายๆ ว่าทำให้เกิดกลิ่นของนํ้าหอมได้ดีนั่นเอง อีก อย่างที่ควรทำคือทดลองนํ้าหอมperfume ต่างกลิ่นกันคนละจุดด้วยการใช้ข้อมือคนละข้าง กัน และไล่บริเวณแขนลงไป และควรทิ้งระยะเวลาเอาไว้สัก 20 นาทีหรือถึง 1 ชั่วโมง แล้วค่อยตัดสินใจเลือกซื้ออีกครั้งหนึ่งจะดีกว่า
ข้อควรระวังในการใช้นํ้าหอม
น่าจะอยู่ที่เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ รวมทั้งเครื่องประดับทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ เข็มกลัด เข็มขัด เป็นต้น เนื่องจากแอลกอฮอล์และเคมีบางอย่างที่เป็นองค์ประกอบของนํ้าหอม ( อย่างเช่น น้ำมัน เป็นต้น ) จะมีผลต่อวัตถุดิบบางชนิด ที่จริงแล้วลักษณะในการใส่นํ้าหอมperfume เองยังมีผลต่อวัตถุดิบบางชนิด อาทิ น้ำมันที่มีผลกับผ้าซาติน หรือแม้แต่ผ้าฝ้ายแบบฟอก การฉีดนํ้าหอมperfume ใกล้กับเสื้อผ้ามากเกินไป ทำให้แอลกอฮอล์ปริมาณเข้มข้น ติดอยู่กับเสื้อผ้ามาก ดัง นั้น การฉีดนํ้าหอมperfume ควรทำห่างจากตัวอย่างน้อย 30 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้นํ้าหอมperfume ทิ้งจุดด่างหรือรอยเปียกของน้ำมันเอาไว้บนเสื้อผ้า ทางที่ดีที่สุดอย่าฉีดโดยตรงลงบนเสื้อผ้าจะดีกว่า ส่วนเครื่องประดับที่มักจะเกิดปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ที่อยู่ในนํ้าหอมperfume นั้น มักจะเป็นโลหะผสมพวกโรเดียมไม่เพียงเท่านั้นเครื่องเพชรพลอย อัญมณีหรือแม้แต่ไข่มุกก็ตามนั้นมีส่วนหมองคล้ำจากการได้รับละอองสเปรย์ที่ มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อีกด้วย
ส่วนที่จะทิ้ง “ รอยตกค้าง ” อันไม่ปรารถนาเอาไว้ให้กับเครื่องแต่งกายของเรา คือสีที่เป็นอีกส่วนผสมที่ประกอบอยู่ในนํ้าหอมperfume นั่นเอง ดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงการฉีดหรือแต้มนํ้าหอมperfume ลงบนเสื้อผ้าแต่แต้มลงบนส่วนของร่างกาย โดยระวังเครื่องประดับต่างๆ ด้วย
แน่นอนว่ากลิ่นของนํ้าหอมของนํ้าหอม สร้างเสน่ห์ชวนหลงใหลให้กับเราได้ แต่ในทางกลับกันบางครั้งมันก็อาจทำให้เกิดเป็นกลิ่นฉุนได้หากแตะหรือฉีดใน ปริมาณที่มากเกินพอดี

 3 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2010, 01:56:37 pm 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย doraemoon2010
ขอบคุณพี่มากเลยครับ

 4 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 10:02:30 am 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย lceace2
ดีจังเลยครับ ยิ้มเท่ห์

 5 
 เมื่อ: มกราคม 26, 2010, 04:52:03 pm 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย JJBeauty
กลับมาอีกแล้วนะคะ วันนี้เราเขียนบทความเพื่อสาวๆโดยเฉพาะ สำหรับบางคนที่กำลังหาของขวัญปีใหม่ให้กับแฟน หรือคนที่คุณรัก เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

น้ำหอมแบรนด์เนม นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท อย่างที่มีความเข้มข้นมากที่สุดมีกลิ่นแรงมากที่สุด และสามารถติดทนนานบนผิวกายได้มากที่สุดก็คือเพอร์ฟูม ( Perfume ) ซึ่งไม่ค่อยมีที่ผลิตมาเป็นกลิ่นสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะเท่าใดนัก ส่วนใหญ่มักจะผลิตเป็นกลิ่นสำหรับผู้หญิงมากกว่า ถัดมาคือ โคโลญ ( Cologne ) ซึ่งมีความเข้มข้น ความแรงของกลิ่น และความติดทนนานรองลงมาจากเพอร์ฟูม และที่อ่อนลงไปกว่าอีกหน่อยก็คือ โอเดอโคโลญ ( Eau de Cologne ) หรือโอเดอตัวแลต ( Eau de Toilette ) ส่วนอาฟเตอร์เชฟ (Aftershave) ที่หลายคนใช้กันหลังโกนหนวดนั้นก็เป็นอีกประเภทหนึ่งของน้ำหอมผู้ชายซึ่งมี ความอ่อนเบาที่สุดและมีความติดทนนานน้อยที่สุด
แล้วคุณหนุ่มเนื้อหอม…ของเราจะเลือกน้ำหอมอย่างไรถึงจะเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

1.เลือกน้ำหอมแบรนด์เนม ที่เหมาะกับคาแรกเตอร์ของตัวเอง
ชายหนุ่มทุกคนมีความแตกต่างทั้งบุคลิก หน้าที่การงาน และการใช้ชีวิต ก่อนเลือกซื้อน้ำหอมต้องทำความเข้าใจในส่วนผสมที่หลากหลาย จึงต้องมีการทดสอบกลิ่นเสียก่อน ด้วยการทดลองเทสต์ลงบนผิวหนัง แล้วสังเกตว่ามีปฏิกิริยาเกิดขึ้นกับตัวเราไหม ถ้ามีแสดงว่าน้ำหอมขวดนั้นน่าจะเหมาะสมกับตัวเรา อีกอย่างหนึ่งต้องสังเกตปฏิกิริยาของผิวหนังด้วยว่าก่อนฉีดกับหลังฉีดมีความ แตกต่างกันอย่างไร ทดสอบไปเรื่อยๆแล้วในที่สุดเราจะรู้ว่าน้ำหอมขวดไหนที่บ่งบอกความเป็นตัวเรา อย่างแท้จริง

2.ถามใจตัวเองว่าชอบไหม
ใช้ วิธีสังเกตจากกลิ่นท็อปโน้ตหรือกลิ่นแรกที่เราสัมผัสจากน้ำหอมเป็นหลัก ดูว่าเราชอบไหม อย่างน้ำหอม Light Blue Pour Homme ของ Dolce & Gabbana ที่มีกลิ่นโดดเด่นเหมาะกับหนุ่มรักอิสระ มอบความรู้สึกสะอาดและสดชื่นเหมาะกับอากาศบ้านเรา เวลาไปร้านน้ำหอม อาจให้พนักงานช่วยแนะนำแนวกลิ่นให้ตามความชอบและสเปรย์น้ำหอมไว้ที่ข้อมือ ด้านในสักประมาณ 15 นาทีแล้วตัดสินใจ

3.ฉีดน้ำหอมแบรนด์เนมให้เหมาะสมกับโอกาส
บาง ครั้งเวลาจะฉีดน้ำหอม เราต้องสังเกตด้วยว่ากลิ่นอยู่ติดตัวเราทั้งวันหรือไม่ และควรจะเลือกกลิ่นที่จะฉีดให้เหมาะกับโอกาสที่แตกต่างกันไป เช่น เล่นกีฬา ทำงาน ประชุมนอกสถานที่ ซึ่งที่จริงแล้วเราอาจฉีดน้ำหอม 1-2 ครั้งต่อวันก็ได้ หรืออาจจะเลือกกลิ่นที่พิเศษที่เราชอบไว้สำหรับฉีดไปงานเลี้ยงช่วงหัวค่ำ ไม่ควรใช้น้ำหอมกลิ่นเดียวกันทุกวัน แต่ควรมีกลิ่นอื่นเผื่อไว้ด้วยเพื่อใช้ในโอกาสต่างๆกัน อีกอย่างต้องคิดด้วยว่า อากาศข้างนอกเป็นอย่างไร และจะใช้น้ำหอมกลิ่นไหนดี ที่สำคัญคือฉีดแล้วเราชอบไหม รู้สึกดี มีความมั่นใจหรือไม่ การฉีดน้ำหอมทำให้เราเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเอง ส่งผลให้เรามีพลังงานในการทำงานมากขึ้น

4.สภาพอากาศและอุณหภูมิก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อน้ำหอมแบรนด์เนม
สภาพ อากาศในหน้าหนาวยามนี้ยิ่งหนาวเท่าไหร่ยิ่งทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนลง แต่ตรงกันข้ามหากเป็นหน้าร้อน อากาศร้อนชื้นในเมืองไทยก็จะทำให้น้ำหอมมีกลิ่นฉุนกว่าปกติ คุณจึงควรมีน้ำหอมที่เหมาะสมกับฤดูกาลต่างๆโดยทดสอบว่ากลิ่นใดเข้ากับฤดุ หนาวกลิ่นใดเหมาะกับฤดูร้อน

 6 
 เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 10:41:05 am 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย JJBeauty
“ว๊าวว  มีวิธีให้เลือกเก็บความหอมได้มากมายยาวนานขนาดนี้
ลองนำไปเลือกใช้ดูนะคะ แล้วปฏิกิริยาของคนรอบข้างกายคุณจะเปลี่ยนไป
ใช่คะ….ในทางที่วิเศษไปเลย”


ถ้าน้ำหอมใช้กลิ่นหอมมักจะจืดจางไปอย่างรวดเร็ว กลวิธีง่ายๆที่จะช่วยให้น้ำหอมของคุณส่งกลิ่นเย้ายวนไปได้ทั้งวันทั้งคืนมี หลายวิธีลองเลือกๆใช้ดูนะคะ

วิธีแรกขอแนะนำเลยก็คือ คุณควรเลือกใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นเข้มข้นมองหากลิ่นหอมอย่างวนิลา มัสก์ แซนเติ้ลวูด หรือ แพตซูลี่

วิธีต่อไป คุณอาจจะใส่น้ำหอมไว้ในกล่องแล้วเก็บไว้ในที่เย็นๆ มืดๆแต่อย่าเก็บไว้ในห้องน้ำ เพราะความร้อนและแสงไฟจะทำให้ความหอมจืดจางเร็วขึ้น

วิธีต่อมาคือ ก่อนฉีดน้ำหอม ก็ควรทาโลชั่นที่มีกลิ่นเดียวกับน้ำหอมเพื่อทำให้น้ำหอมมีที่ยึดเกาะได้ดี ขึ้น  ถ้าคุณหาโลชั่นที่มีกลิ่นเดียวกันไม่ได้ก็ลองฉีดน้ำหอมในขณะที่ผิวยังชื้นๆ อยู่

หรือวิธีถัดไป  ฉีดน้ำหอมลงบนผิวในบริเวณกว้างๆโดยถือขวดน้ำหอมให้อยู่ห่างจากตัวอย่างน้อย 20 เซนติเมตรและฉีดแค่สองสามทีก็เพียงพอแล้ว

วิธีสุดท้ายก็คือ ให้ฉีดเน้นบริเวณคอและลำตัว เพราะส่วนใหญ่แล้วเราจะไม่ได้อยู่ใกล้กันพอที่จะได้กลิ่นจากข้อมือคุณได้นอก จากนี้คอปกเสื้อ และเส้นผมยังช่วยเก็บกักความหอมไว้ให้คุณได้ด้วย

ว๊าวว  มีวิธีให้เลือกเก็บความหอมได้มากมายยาวนานขนาดนี้ลองนำไปเลือกใช้ดูนะคะ แล้วปฏิกิริยาของคนรอบข้างกายคุณจะเปลี่ยนไปใช่คะ….ในทางที่วิเศษไปเลย

อะอะ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เคล็ดลับความหอมอีกอย่างก็คืออย่าฉีดน้ำหอมเพียงกลิ่น เดียวตลอดปีตลอดชาติเลยค่ะ เพราะ….การเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมเป็นครั้งคราวจะช่วยให้คุณดูน่าสนใจและน่าค้น หายิ่งขึ้น

นอกจากนี้ก็ควรงดอาหารที่มีกลิ่นแรง (อย่างกระเทียมหรือเครื่องเทศ) ก่อนฉีดน้ำหอม  เพราะอาจส่งกลิ่นให้น้ำหอมของคุณเปลี่ยนกลิ่นไปได้

ที่มา : LISA MAGAZINE
ภาพ : www.trendmestyle.com

 7 
 เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 10:36:51 am 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย JJBeauty
เลือกน้ำหอมแบรนด์เนม ตามสไตล์คุณ

 ”น้ำ หอม” สำหรับสาว ๆ แล้วก็มีให้เลือกมากมายหลายกลิ่นหลายยี่ห้อ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลยค่ะว่า เราเป็นสาวสไตล์ไหน ซึ่งโดยปกติน้ำหอมแบรนด์เนมแต่ละยี่ห้อ และแต่ละรุ่นจะมีคาแรคเตอร์เฉพาะของกลิ่นนั้น ๆ อยู่แล้วค่ะ เพราะฉะนั้น สาว ๆ ก็ควรจะเลือกน้ำหอมที่มีคาแรคเตอร์ที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดค่ะ

สาวๆแต่ละคน ก็ต่างสไตล์กัน บางคนที่กำลังมองหาน้ำหอมแบรนด์เนม ก็อาจจะยังไม่ทราบว่า ถ้าเราเป็นคนสไตล์แบบนี้ เราควรจะใช้น้ำหอมแบรนด์เนม ยี่ห้อไหน ปัญหานี้จะหมดไปทันที ที่คุณได้อ่านบทควานี้
 
ลองเลือกตาม Tip

>>> น้ำหอม ที่เป็นแนวกลิ่น ฟรุตตี้ ฟลอรัล จะให้กลิ่นสดชื่น หอมหวาน ของดอกไม้ และ ผลไม้ เช่น Jasmine, Nectar, Orange Flower, Rose,Lilly, Peach, Citrus, Lemon, Grapefruit น้ำหอมแนวนี้พี่เหมี่ยวว่า น่าจะเหมาะกับสาวหวานหรือสาวหวานซ่อนแอบเปรี้ยวเป็นที่สุดเลยค่ะ

>>> น้ำหอมแนวกลิ่นสดชื่น ที่เวลาดมแล้วนึกถึงใบไม้ น้ำทะเล สดชื่นๆ พวกนี้ คือ พวก Green tea, Green Leaves, Bamboo, Bergamot, Breeze accord, Fresh air, Sea Breeze accord ( 3 กลิ่นหลังนี้ เป็นกลิ่นสังเคราะห์ขึ้นมานะค่ะ) กลิ่นแนวนี้ จะให้ความรู้สึก สดชื่น จะเหมาะกับสาวที่สดใส ร่าเริง สนุกสนาน ชอบธรรมชาติค่ะ

>>> นอกจากนี้น้ำหอมบางรุ่น จะเป็นแนวกลิ่น ที่ได้แรงบันดาลใจมากจาก vintage lingerie (แนวแบบชุดชั้นใน ผ้าลูกไม้โบราณ) หรือ กลิ่นเหมือนเพิ่งอาบน้ำใหม่ๆ แนวกลิ่นสะอาดๆค่ะ หรือ ถ้าเป็นกลิ่นธรรมชาติ ก็จะเป็นพวก Cottons หรือ กลิ่นดอกไม้แรกแย้มค่ะ กลิ่นหอมสะอาดๆ หอมอ่อนๆ แบบนี้ อาจจะเหมาะกับสาวสุขุมๆ เรียบร้อย ไม่ชอบน้ำหอม ที่กลิ่นแรงๆ ฉุนๆค่ะ เพราะกลิ่นแนวนี้จะทำออกมาให้คล้ายกับกลิ่นผิวกายที่หอมจากธรรมชาติ ของเรานั้นเองค่ะ

>>> ส่วนสาวทะมัดทะแมง ลุยๆ น่าจะเหมาะกับน้ำหอม แนวกลิ่น sporty ค่ะ



ขอบคุณบทความจาก http://perfumeth.com/?p=35

 8 
 เมื่อ: มกราคม 19, 2010, 10:08:08 am 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย JJBeauty
น้ำหอมเป็นของแท้ไหม ซื้อแล้วจะมีกล่องหรือเปล่า

น้ำหอมเรานำมาจากคลังสินค้า และก็หิ้วมาเองป็นบางส่วนค่ะ
น้ำหอมที่ร้านเราเป็นของแท้ 100% ค่ะ บางตัวก็มีกล่องและบางตัวก็ไม่มีกล่องค่ะ

 9 
 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2009, 04:57:10 pm 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย JJBeauty
ถ้าพูดถึงน้ำหอม เชื่อว่าใครหลายคนก็คงต้องใช้กัน เพราะความหอม ที่หอมสมชื่อ…คนส่วนใหญ่อยากให้น้ำหอมติดทนนานไปจนถึงเวลากลับบ้าน…แล้วรู้ ไหมว่า การฉีดน้ำหอมให้ติดทนนานต้องทำอย่างไร?

วันนี้เรามีเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆ มาบอกกัน

1. ควรฉีดน้ำหอมวันละ 2-3 ครั้ง ไม่ควรคิดว่าการฉีดน้ำหอมครั้งหนึ่งจะอยู่ได้นานทั้งวัน สารกันระเหยที่ใส่ในน้ำหอมใช้เพื่อให้น้ำหอมติดทนบนผิว นานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

2. ควรฉีดน้ำหอมตามจุดชีพจร เช่น ด้านในข้อมือ ข้อศอก ข้อพับใต้ติ่งหู (ไม่ใช่หลังใบหู)

3. การฉีดพรมน้ำหอมหลังทาโลชั่นบำรุงผิวจะทำให้น้ำหอมติดทนนานขึ้น

4. ถ้าผิวแพ้น้ำหอม ให้ฉีดน้ำหอมลงบนผ้าเช็ดหน้า แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้า หรือกระเป๋าถือ

5. ห้ามถูน้ำหอมให้ซึมเข้าไปในผิว เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้น้ำหอม “ช้ำ”ควรฉีดน้ำหอมลงบนผิว และปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ

6. ใช้น้ำหอมที่ต่างกลิ่นกันในแต่ละโอกาสหรืออารมณ์ เช่น ใช้น้ำหอมกลิ่นหนึ่งสำหรับกลางวัน และอีกกลิ่นหนึ่งสำหรับกลางคืน

7. รู้จักใช้น้ำหอมอย่างสร้างสรรค์ เช่น ฉีดลงบนกระดาษเขียนจดหมาย ก่อนพับใส่ซอง ฉีดพรมบนผ้าปูที่นอนก่อนเข้านอน ฉีดเบาๆ ที่หลอดไฟก่อนเปิดไฟ ฉีดที่เทียนไขก่อนจุด เป็นต้น


ขอบคุณที่มา : http://www.dek-d.com

 10 
 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2009, 04:55:56 pm 
เริ่มโดย JJBeauty - กระทู้ล่าสุด โดย JJBeauty
1. จุดสำคัญที่ต้องฉีดน้ำหอม
การ ใส่น้ำหอม ต้องเป็นความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ จุดสำคัญที่ต้องฉีดน้ำหอม ได้แก่ ลำคอ, บน แขน และที่ด้านหลังหัวเข่าอีกนิดหน่อย เพราะอย่าลืมว่ากลิ่นหอมมักจะลอยตัวขึ้นด้านบน การฉีดน้ำหอมเล็กน้อยที่ด้านหลังหัวเข่า จะให้ผลลัพธ์ความหอมแบบ “ทั่วเรือนร่าง” อย่างแท้จริง และอีกจุดคือ ฉีดน้ำหอม ไปในอากาศด้านหน้า และ “เดินผ่าน” ละอองน้ำหอม (อย่าลืมหลับตา! ขณะเดินผ่าน) จะทำให้ละอองน้ำหอมติดกระจาย อยู่บนเส้นผมคุณด้วย

2. ระยะห่างในการฉีด
ประมาณ 6 นิ้วจากตัวคุณ
3. เทคนิคการเติมน้ำหอมในระหว่างวัน
การ เติมน้ำหอมระหว่างวัน ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและลักษณะพิเศษ (คาแรคเตอร์) ของน้ำหอมแต่ละชนิด เช่น น้ำหอมที่มีพื้นฐานของกลิ่นพรรณไม้ตะวันออก (Oriental & Woody) มักจะติดทนนานกว่ากลิ่นหอมจากดอกไม้หรือผลไม้ (Floral & Citrus) หรือน้ำหอม Eau de Perfume จะมีกลิ่นน้ำมันหอมที่เข้มข้นกว่า Eau de toilette หรือ Cologne ก็จะกลิ่นติดทนนานกว่า
แต่ จุดที่สำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอ คือ น้ำหอมที่ดีมีคุณภาพจะถูกพัฒนาคิดค้นให้กลิ่นติดทนนาน และมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ ซึ่งหลังจากฉีดครั้งแรกกลิ่นจะติดอยู่นานอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ก่อนที่จะต้องเติมอีกครั้ง

4. ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นในการใช้หรือฉีดน้ำหอม และ“ข้อห้ามเด็ดขาด” ที่ต้องแนะนำ
ข้อ ผิดพลาดที่พบบ่อย คือ การฉีดน้ำหอมมากเกินไป เพราะอยากให้กลิ่นติดลึก ติดทนนาน แต่คุณทราบไหมคะว่าการใส่น้ำหอมมากเกินไป อาจสร้างความประทับใจแก่คนรอบข้างแบบมากเกินไปด้วย และตัวเราก็จะกลายเป็นคนที่น่ารังเกียจไปเลยก็ได้นะ
หาก คุณต้องการกลิ่นหอมแบบติดลึก แต่บางเบา ขอแนะนำให้ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวกลิ่นน้ำหอมนั้นก่อน แล้วตามด้วยน้ำหอม ซึ่งจะทำให้กลิ่นความหอมประทับใจติดทนนาน ถ้ายังไม่เชื่อทดลองได้ง่ายๆ คือใช้วิธีที่แนะนำทาบนแขนข้างหนึ่ง ส่วนแขนอีกข้างลองฉีดแค่น้ำหอมอย่างเดียว คุณจะรู้สึกได้เลยว่า การผสมผสานของครีมบำรุงผิวกับน้ำหอม จะไกลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่า และติดทนนานกว่า

5. ความแตกต่างในการฉีดน้ำหอมสำหรับเวลากลางวัน และเวลากลางคืนและระหว่างหน้าร้อนและหน้าหนาว
การ ฉีดน้ำหอมตอนกลางวันและกลางคืนจริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน เช่น ถ้าสาวๆ ที่ชอบกลิ่นหอมแบบแรงและลึก อาจต้องใช้น้ำหอมแบบ Perfume ซึ่งเป็นน้ำหอมระดับที่เข้มข้นและแรงที่สุด ส่วน การใช้น้ำหอมในแต่ละฤดูกาล ความร้อนหรืออากาศร้อน จะเน้นกลิ่นของน้ำหอมให้แรงขึ้น คุณอาจเลือกใช้กลิ่นน้ำหอมที่คุณชื่นชอบ ในแบบที่กลิ่นอ่อนลงหรือเข้มข้นน้อยลง

6. แนะการใช้น้ำหอมแบบ Alcohol-freeให้ติดทนนานขึ้น
ฉีด พรมน้ำหอม Alcohol-free เหมือนกับการใช้ Eau de perfume ปรกติ คือ ฉีดตรงลำคอ, บนแขน และ ด้านหลังหัวเข่า ยกเว้นไม่ต้องฉีดในอากาศแล้วเดินผ่านละออง เนื่องจากน้ำหอมแบบ Alcohol-free จะ มีความเข้มข้นของน้ำมันหอมน้อยกว่าปรกติ กลิ่นจึงติดสั้นกว่า และอย่างที่แนะนำไปแล้วว่า ถ้าอยากให้ติดทนนานขึ้น ทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวก่อน แล้วค่อยลงน้ำหอมแบบ Alcohol-free

7. วิธีการใช้น้ำหอมใส่ผม (Fragrant hair spray)
ง่ายๆ ตามคำแนะนำการใช้ คือฉีดบนเส้นผม ให้ห่างประมาณ 6 นิ้ว

8. เทคนิคการใช้โลชั่นหรือครีมบำรุงผิวกลิ่นน้ำหอม
ครีม หรือโลชั่นบำรุงผิว เป็นผลิตภัณฑ์ที่วิเศษสุด ที่คุณจะรู้สึกสนุกสนาน รื่นรมย์กับกลิ่นหอมของน้ำหอมนั้นๆ แถมยังให้ความชุ่มชื่นผิวด้วย โดยใช้หลังจากอาบน้ำเสร็จ ทาให้ทั่วตัว แขน ขาและหน้าอก

9. ความแตกต่างระหว่าง Perfume, Eau de Perfume, Eau de toilette และFragrant body
นอก จากความเข้มข้นของน้ำหอมที่เราทราบๆ กันดีอยู่แล้ว ซึ่งเรียงลำดับความเข้มข้น ก็คือPerfume, Eau de Perfume, Eau de toiletteส่วนผลิตภัณฑ์ Fragrant body ทั้งครีม, โลชั่น หรือแป้ง จะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ แต่มีน้ำหอมผสมอยู่ในระดับที่น้อยกว่า Eau de toilette ดังนั้นผลิตภัณฑ์บอดี้ทั้งหลายจึงมีระดับกลิ่นหอมที่น้อยกว่าในแบบน้ำที่มี แอลกอฮอลล์

10. อายุการใช้งาน หลังจากเปิดน้ำหอมใช้แล้ว
ขึ้น อยู่กับประเภทของน้ำหอมนั้นๆ กลิ่นพื้นฐาน (notes) ของน้ำหอมแต่ละกลิ่น ก็ให้อายุใช้งานที่ต่างกัน วิธีที่ดีที่สุดที่ทำน้ำหอมใช้ได้นานที่สุด คือหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน

11. ความสำคัญของการลองน้ำหอมบนผิวคุณ ไม่ใช่แค่ในกระดาษ
เป็น เรื่องสำคัญมากที่สุดคุณควรลองน้ำหอมบนผิว เพราะน้ำหอมจะให้กลิ่นหอม“กำจายเต็มที่ มีชีวิตชีวา” เมื่อ ทำปฏิกิริยากับผิวหนัง และสร้างความมั่นใจแก่คุณก่อนตัดสินใจซื้อว่า กลิ่นหอมที่ติดบนกายคุณนั้น เป็นกลิ่นหอมที่คุณรื่นรมย์ที่สุด ตั้งแต่เริ่มพรมบนผิว ไปจนถึงกลิ่นสุดท้ายที่ติดกาย ที่สำคัญ ก่อนออกไปช้อปปิ้งซื้อน้ำหอมกลิ่นใหม่ ต้องให้เนื้อตัวคุณสะอาดที่สุด ไม่มีน้ำหอมหรือคีมทาตัวอื่นๆ ติดตัวทั้งสิ้น จึงจะได้กลิ่นแท้จริงของน้ำหอมที่ลอง

12. เทคนิคการลองกลิ่นน้ำหอม ก่อนเลือกซื้อ
ขอ แนะนำให้ลองกลิ่นน้ำหอมไม่เกิน 3กลิ่น ต่อครั้ง เพราะถ้ามากกว่านั้นจมูกคุณจะสับสนและแยกแยะกลิ่นไม่ได้ แล้วคุณก็จะไม่ทราบกลิ่นที่แท้จริงของน้ำหอมแต่ละกลิ่นด้วย แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ วิธีเบรกกลิ่น หรือ เฟรชจมูกของคุณ คือ ดมกลิ่นเม็ดกาแพ หรือที่ง่ายกว่านั้น คือเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในบริเวณอื่น ที่ไม่มีกลิ่นน้ำหอม แล้วค่อยกลับมาดมใหม่

13. รูปแบบขั้นตอนการใช้น้ำหอม
คุณ สามารถใส่น้ำหอมได้หลายแบบ เช่น ถ้าต้องการกลิ่นบางเบา หรือกลิ่นแบบแค่ช่วงสบายๆ อาจเพียงทาโลชั่นหรือครีมทาผิวของกลิ่นน้ำหอมที่คุณโปรดปราน แต่ถ้าต้องการกลิ่นแบบเต็มที่ หรือกลิ่นที่ติดทนนานขึ้น หลังจากทาบอดี้หรือครีมโลชั่นแล้ว ตามด้วย eau de perfume อีกทีปิด

เคล็ด ลับเหล่านี้ คงช่วยเพิ่มเสน่ห์จากน้ำหอมให้คุณได้มากที่เดียว ก่อนพรมน้ำหอมทุกครั้งก็ อย่าลืมคิดว่า การใช้น้ำหอมอย่างมีศิลปะจะช่วยให้คุณเป็นมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย จริงๆ...



ขอบคุณบทความจาก
http://xn--q3cq3aix1l2a.blogspot.com/

หน้า: [1] 2 3 ... 10